แผนการสอน

การวางแผนการสอนในแต่ละบท

(ลำดับขั้นการเรียนรู้) การวางแผนการสอนในแต่ละบท (ลำดับขั้นการเรียนรู้)

หัวข้อ

รู้สึกใช่ รู้สึกดี ร่างการมนุษย์

คุณค่าที่มีส่วนร่วมในหัวข้อนี้

นักเรียนเอง ครอบครัวและผู้อื่น สามารถรักษาสุขภาพที่ดี โภชนาการดีและวิถีการใช้ชีวิตที่ถูกสุขลักษณะ

หลักการ

ความมีเอกลักษณ์และวัฒนธรรม และเตรียมพร้อมสำหรับชีวิต (ผ่านการเปลี่ยนแปลง) ที่เกี่ยวข้องได้

ความสามารถสำคัญ

สามารถคิดและสร้างสรรค์ สัมพันธ์กับคนอื่น สามารถใช้ชีวิตในวิถีที่ถูกสุขลักษณะและมีความหมาย เรียนรู้การปฏิบัติอย่างบูรณาการ ผ่านสื่อและเทคโนโลยีต่างๆ

เป้าหมายของการเรียนรู้

  • ช่วยนักเรียนในการพัฒนาความเข้าใจว่าพฤติกรรม และทัศนคติและทางเลือกต่างๆ มีผลต่อลักษณเอกภาพและความสัมพันธ์ต่างๆ
  • นักเรียนจะสามารถนำความเข้าใจที่เรียนมาในการคัดเลือกและชี้แจงสิ่งที่ดีสำหรับสุขภาพตัวเองได้
  • นักเรียนจะสามารถพิจารณาได้ว่าการคัดเลือกเหล่านั้นมีผลกระทบอะไรกับตัวเองและผู้อื่น
  • อะไรคือปัจจัยที่มีผลกระทบต่อสุขภาพทางกายภาพและความกินดีอยู่ดี
  • มีวิธีอะไรบ้างที่เราจะสามารถเลือกและบอกถึงทางเลือกที่ดีที่จะทำให้ตนเองมีความกินดีอยู่ดี
  • การคัดเลือกต่างๆ เหล่านี้มีผลต่อผู้อื่นอย่างไร

เป้าหมายครอบคลุม

นักเรียนจะสามารถเข้าใจประเด็นต่างๆ ได้ดังนี้

  • สิ่งสำคัญเด่นๆ เก่ยวกับร่างการของตัวเองทางกายภาพ และส่วนต่างทำงานอย่างไร การเติบโต พัฒนาการ และวิธีในการดูแลรักษา
  • วิธีการเลือกตัวเลือกข้อมูลเกี่ยวกับโภชนาการที่เราต้องการเพื่อให้ร่างการสมบูรณ์แข็งแรง
  • รู้ว่าทางเลือกของเรามีผลต่อความกินดีอยู่ดี

ประสบการณ์การเรียนรู้ที่นามาสู่ความเข้าใจ

  • สร้างบรรยากาศการการเรียนรู้ที่ดี
  • เชื่องโยงกับการเรียนรู้เดิม
  • ทำให้การเรียนรู้มีความหมาย ด้วยการ อ้างอิงถึงอะไรที่นักเรียนรู้แล้ว อะไรที่นักเรียนต้องการรู้ อย่างไร จัดโครงร่างระบบการเรียนรู้ของครูและนักเรียนร่วมกัน
  • ตระหนักถึงความแตกต่างของแต่ละคน

การแสดงออกว่านักเรียนประสบความสำเร็จในการเรียนรู้

ประเมินผลการเรียนรู้จากมิติต่างๆ วิธีที่หลากหลาย ใช้การให้ความเห็น เสนอแนะ สะท้อนภาพของการเรียนรู้ แสดงออกโดยการอธิบายผ่านการเขียน วาดภาพองค์รวม วาดระบบ อธิบายหน้าห้องโดยใช้รูปภาพ หรือการนำเสนอให้เพื่อร่วมชั้น

 

ปรับเข้าสู่บรรยากาศ

ระดมสมองกันในชั้นเรียนเกี่ยวหัวข้อดังต่อไปนี้ นักเรียนรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการกินดีอยู่ดีและสุขภาพที่ดี

  • จัดกิจกรรมในรูปแบบกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน เพื่อประเมินความรู้พื้นฐานของนักเรียนเกี่ยวกับการกินดีอยู่ดีและสุขภาพดีของตัวเอง
  • ให้นักเรียนทั้งสามคน ต่างคนต่างเขียนด้วยดินสอคนละสี บนกระดาษแผ่นใหญ่ เกี่ยวกับความเข้าใจของตัวเองในเรื่องการกินดีอยู่ดี
  • นักเรียนแลกเปลี่ยนคำตอบของตัวเองกับเพื่อในกลุ่ม ให้เพื่อที่ฟังเลือกว่าอะไรคือใจความสำคัญของข้อมูลที่เพื่อนนำเสนอ
  • ให้นักเรียนนำเสนอในชั้นเรียนว่าอะไรคือใจความสำคัญ 3 อย่างที่ได้จากกลุ่มของตน
  • ให้นักเรียนทั้งห้องช่วยกันจัดหมวดหมู่ว่าอะไรอยู่ในหมวดของอาหารและเครื่องดื่ม ยารักษาโรค สุขอนามัย ความสะอาด เชื้อโรค และความรู้สึก
  • อ่านเรื่องของ ดร. ด๊อก ในช่วงเวลาปรับเข้าสู่หัวข้อนี้ให้ทั้งห้องฟัง  (ผู้เขียน Babette Cole. 1996)
  • ระดมสมองทั้งห้องเรียนว่าอะไรคือใจความสำคัญที่นักเรียนคิดว่าผู้เขียนพยายามบอก เกี่ยวกับความกินดีอยู่ดี

การประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

  • จดบันทึกความเห็นของนักเรียนเป็นข้อความช่วยจด
  • เก็บบันทึกว่านักเรียนมีชุดความเข้าใจอะไรบ้างในขณะนั้นไว้เพื่อเปรียบเทียบกับชุดความเข้าใจของนักเรียนเมื่อเรียนจบบท

ให้ความสนใจกับความสามารถของนักเรียนในประเด็น

  • นักเรียนสามารถบอกหรืออธิบายข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับประเด็นด้านสุขภาพ
  • นักเรียนสามารถได้ในรูปแบบการเขียน

บอกนักเรียนให้พยายามไม่คัดลอกเรื่องจาก ดร. ด๊อก

ค้นหาและคัดแยก

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าร่างกายเราทำงานอย่างไร คำถามเชิงชี้แนะ เช่น

  • อะไรบ้างที่เรารู้แล้ว
  • อะไรที่เรายังไม่รู้ และต้องหาคำตอบ
  • เกิดอะไรขึ้นเมื่อ …..
  • อวัยวะชิ้นนี้มีหน้าที่ ….
  • ทำไม
  • เราจะหาคำตอบได้อย่างไร

อะไรอยู่ในร่างกายของเรา ครูเป็นผู้นำกิจกรรม ชักนำเข้าสู่บทสนทนาในหัวข้อเรื่องการดูแลสุขภาพและการดูแลตัวเอง มีอะไรในร่างการเราบ้าง และ อวัยวะต่างๆ ทำงานอย่างไร

  • ให้นักเรียนทำงานเป็นกลุ่ม ให้นักเรียนวาดรูปร่ากงกายของเราขนาดจริงในกลุ่ม
  • ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวาดรูป ใช้สี หรือใช้วัสดุต่างๆ วาดเป็นรูปภายในของร่างกายเราในส่วนต่างๆ
  • ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มระบุชื่ออวัยวะต่างๆ ในรายละเอียด ลงบนรูปหรือชิ้นงานที่นักเรียนได้ทำไว้
  • ให้นักเรียนทั้งห้องทำงานวิจัยเกี่ยวกับระบบต่างๆ ของร่างกายเรา

ครูเป็นผู้นำกิจกรรม อธิบายถึงความซับซ้อนของธรรมชาติว่าแต่ละส่วนของร่างกายเราทำงานร่วมกันอย่างไร บอกนักเรียนให้ทราบว่าเพื่อเป็นการเข้าใจถึงความซับซ้อนนี้ เราต้องเข้าใจถึง “ระบบ” ของร่างกายก่อน   ยกตัวอย่างระบบต่างๆ ในร่างกาย

  • เส้นทางอาหารในร่างกายเรา เกี่ยวเนื่องถึงระบบย่อยอาหาร
  • ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหายใจและระบบการหายใจ
  • ต่อยอดการอธิบายด้วยการให้รายชื่อระบบหลักต่างๆ ของร่างกายเรา โดยให้รายละเอียดของแต่ละระบบอย่างคร่าวๆ
  • บอกให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อมูลที่นักเรียนรู้แล้ว และให้เขียนคำถามในส่วนที่ยังไม่รู้ที่เกี่ยวกับระบบของร่างกาย
  • แนะนำให้นักเรียนใช้อินเตอร์เนท หนังสือต่างๆ และสอบถามผู้เชี่ยวชาญ
  • นักเรียนที่เก่งหรือชำนาญกว่าคนอื่นๆ อาจสามารถหาข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ เพิ่มเติมได้
  • ให้นักเรียนเขียนโครงร่างระบบการเรียนรู้ เพื่อช่วยประเมินผลการเรียนรู้ของแต่ละกลุ่มและของตัวเอง โดยอ้างอิงถึงเกณฑ์การประเมินที่ได้แจ้งไปแล้ว (ดูเพิ่มเติมจากเอกสารแบบประเมินตนเองโดยใช้โครงร่างระบบการเรียนรู้แบบรูบิคสำหรับนักเรียน)

การประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

·         โชร์รูปวาดร่างกายของนักเรียนที่ทำไว้ และใช้รูปนี้เป็นสื่ออ้างอิงเมื่อประเมินผลการเรียนรู้

·         กระตุ้นให้นักเรียนพูดอธิบายหน้าห้อง ใช้เทคโนโลยี ใช้สื่อเทคนิค ใช้กราฟ หรือแผนที่ร่างกายของเรา หรือ ภาพปะติด

·         ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลของกลุ่มในส่วนระบบของร่างกายที่ได้รับมอบหมายหน้าห้อง โดยให้ใช้โปรแกรมพาวเวอร์พ้อนท์หรือใช้สติ้กเกอร์อธิบายและชี้จุดบนรูปร่างกายเข้าเท่าจริง

·         อธิบายให้แต่ละกลุ่มทราบถึงวัตถุประสงค์และหลักเกณฑ์ในการประเมินผลในการนำเสนอ โดยใช้หลักเกณฑ์ที่เหมาะสมเช่น ใช้คำพูดที่ชัดเจน พูดจาฉะฉาน หันหน้าหาผู้ฟัง เปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนได้พูดและมีบทบาทเท่าๆกัน ใช้เวลาตามกำหนด การนำเสนอน่าสนใจ อ้างอิงถึงรูปภาพประกอบ ใช้กราฟหรือรูปภาพเพื่อช่วยความเข้าใจ อธิบายการทำงานของระบบในร่างกายอย่างชัดเจน

·         ประเมินการนำเสนอของนักเรียนตามหัวข้อที่นักเรียนได้รับ รวมทั้งควรประเมินการที่นักเรียนใช้สื่อต่างๆ เช่นรูปภาพและกราฟด้วย

·         ประเมินว่านักเรียนอธิบายการทำงานของระบบของร่างกายชัดเจนและมีประสิทธิภาพเพียงใด

·         ใช้ระดับคะแนน 1-4 ในแต่ละเกณฑ์ เมื่อแต่ละกลุ่มจบการนำเสนอ ให้นักเรียนทั้งห้องประเมินตัวเองด้วยโครงร่างระบบการเรียนแบบรูบิค

อะไรคือปัจจัยที่จะสร้างความอยู่ดีกินดี

อาหาร เราต้องการอาหารบางประเภทมากกว่าอาหารบางประเภทหรือไม่   ครูเป็นผู้นำกิจกรรม ถามนักเรียน

  • มีอาหารประเภทใดไหมที่เราควรรับประทานมากกว่าอาหารประเภทอื่นๆ
  • อาหารเหล่านั้นมีอะไรบ้าง
  • อ้างถึงอาหารบางประเภทที่มีคุณประโยชน์เหมาะสมและดีสำหรับร่างกายเรา
  • ระดมสมองเกี่ยวกับอาหารประเภทต่างๆ ให้นักเรียนช่วยกันระดมสมองทั้งห้อง แบ่งอาหารเป็นประเภทต่างๆ
  • ใช้ภาพพีรามิด ให้นักเรียนจัดลำดับว่าอาหารประเภทใด ควรอยู่ในระดับใดของพีรามิด เพื่อโภชนาการที่ดี เช่น อาหารประเภทใดควรบริโภคมาก อาหารประเภทใดควรบริโภคน้อย
  • ยืนยันว่าการจัดลำดับปริมาณอาหารที่ควรบริดภคที่ทั้งห้องช่วยกันจดมานั้นถูกต้องมากน้อยเพียงไร เพราะเหตุใด
  • ใช้คอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรม เวริ์ด ให้นักเรียนอออกแบบพีรามิดในคอมพิวเตอร์และใช้อาหารประเภทต่างๆ ลงในพีรามิดนั้น

การประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

ประเมินว่านักเรียนมีความสามารถต่อไปนี้

  • สามารถจัดประเภทอาหารในพีรามิดอาหารได้ว่า อหารประเภทใดควรบริโภคน้อย บริโภคมาก หรือบริโภคแต่พอควร
  • อธิบายได้ว่าทำไมจึงเลือกอาหารประเภทนั้นไว้ในระดับใดในพีรามิด
  • นำเสนอการเรียนรู้ที่ได้มาโดยสามารถนำมาผลิตเป็นสื่อผ่านคอมพิวเตอร์ได้

เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามีสารอาหารอะไรอยู่ในอาหารแต่ละประเภท ครูเป็นผู้นำกิจกรรม โดยการตั้งคำถามและอภิปราย ตัวอย่างคำถามเช่น

  • เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอาหารแต่ละอย่างมีวัตถุดิบหรือมีส่วนประกอบอะไรบ้าง
  • มีข้อมูลอะไรแจ้งให้ผู้บริโภครู้บนซอง กล่องหรือบรรจุภัฑณ์บ้าง
  • อะไรที่เป็นโฆษณาชวนเชื่อที่ผู้ผลิตพยายามบอกผู้บริโภคบนบรรจุภัณฑ์เพื่อเพิ่มยอดขาย

สำรวจอาหารของเรา

  • ให้นักเรียนทำงานเป็นกลุ่ม ให้นักเรียนเปรียบเทียบอาหารแต่ละจาน ว่าให้น้ำตาล ใยอาหาร ไขมัน พลังงานและเกลือ ต่างกันอย่างไร
  • ให้แต่ละกลุ่มจดบันทึกรายการอาหารเช้า 4 จานที่แตกต่างกัน
  • ให้แต่ละกลุ่มทำกราฟบ่งบอกถึงข้อมูลโภชนาการที่ค้นคว้ามาได้
  • ให้นักเรียนระบุว่าอาหารจานใดมีคุณค่าทางโภชนาการที่สุด

อย่าลืมให้นักเรียนอธิบายว่าทำไมจึงเลือกอาหารจานดังกล่าวว่ามีคุณค่าทางโภชนาการที่สุดเมื่อนักเรียนนำเสนอในรูปแบบกราฟหน้าห้อง

การประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

ประเมินว่านักเรียนมีความสามารถต่อไปนี้

  • วิเคราะห์ข้อมูลทางโภชนาการ
  • ประมวลข้อมูลในรูปแบบกราฟ
  • อ่านวิเคราะห์กราฟนั้นๆ
  • สรุปเนื้อหาได้
  • สามารถเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดได้
  • อธิบายได้ว่าทำไมจึงเลือกอาหารนั้น

อธิบายรายละเอียดองค์ประกอบของการบริโภคที่สมดุล

  • ให้นักเรียนเขียนรายการอาหารที่นักเรียนได้รับประทานในสองวันที่ผ่านมา
  • ให้นักเรียนจับคู่ทำงานร่วมกัน เพื่อวิเคราะห์การบริโภคของเพื่อน และอธิบายว่าเป็นการบริโภคที่สมดุลหรือไม่อย่างไร

ครูจดบันทึกถามนักเรียน โดยให้นักเรียนย้อนกลับไปทบทวนพีรามิดอาหารและข้อมูลเรื่องอาหารประเภทใดควรบริโภคมากน้อยเท่าไรในแต่ละวัน และกระตุ้นให้เกิดการอภิปรายในห้องเรียน   นำเสนอคำถามชวนคิด

  • เราสามารถเปลี่ยนลักษณะการบริโภคของเราได้อย่างไร
  • เราสามารถนำความเข้าใจที่เราได้เรียนรู้ไปใช้ในการปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดความสมดุลในการบริโภคได้อย่างไร

การประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

ประเมินว่านักเรียนมีความสามารถต่อไปนี้

  • ประเมินและวิเคราะห์การบริโภคอาหารของตัวเองได้
  • สามารถเลือกทางเลือกที่เหมาะสมที่จะนำซี่งการเปลี่ยนแปลงได้
  • จัดการวางแผนเพื่อปรับการบริโภคของตัวเอง
  • นำองค์ประกอบต่างๆเกี่ยวกับสุขภาพ การบริโภคอย่างสมดุลมาใช้ในการเลือกอาหารเช้าได้

จัดเมนูอาหารเช้าและอาหารกลางวันที่มีประโยชน์สำหรับชั้นเรียนของเรา

  • ให้นักเรียนทำงานเป็นกลุ่ม โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคที่สมดุลคิดเมนูอาหารเช้า
  • ให้นักเรียนประเมินราคาอาหาร การจัดการเตรียมอาหารมาโรงเรียน ถามความชื่นชอบของเพื่อในกลุ่ม ประโยชน์ที่ได้รับจากอาหารนั้น
  • ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอแผนการอาหารเช้านั้นกับเพื่อนในห้อง
  • ด้วยความช่วยเหลือของผู้ปกครองและพ่อแม่ ให้นักเรียนช่วยเตรียมอาหารเช้าหรือกลางวันที่มีประโยชน์

ประเด็นสำคัญที่สุด

  • ให้นักเรียนจัดการข้อมูลที่ตัวเองได้เรียนรู้ในหัวข้อนี้ และเลือกวิธีนำเสนอสิ่งที่ได้เรียน เช่น นักเรียนอาจเลือกนำเสนอโดยใช้กราฟ สื่อต่างๆ นำเสนอโดยเรียงลำดับเหตุการณ์ ฯลฯ
  • ทำเกมส์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสิ่งที่เรียนมาขึ้นกระดาน ให้นักเรียนได้เล่นกับเพื่อนร่วมห้องเพื่อแสดงว่านักเรียนได้รับความรู้และเข้าใจ
  • ให้งานอ่านเสริมที่เกี่ยวข้อง (เช่นให้นักเรียนทั้งห้องอ่านหนังสือพิมพ์)
  • ให้นักเรียนทำหนังสือทำมือจากความรู้ที่เรียนมา เพื่อให้นักเรียนรุ่นน้องหรือให้ห้องสมุดโรงเรียน
  • ให้นักเรียนแลกเปลี่ยนสิ่งที่เรียนมากับผู้ปกครอง พ่อแม่ เมื่อกลับบ้าน

อภิธานศัพท์ เป้าหมายครอบคลุม (Overarching Goals): เป้าหมายที่ครอบคลุมหัวข้อทั้งหมด ปรับเข้าสู่บรรยากาศ  (Tuning In): ค้นหาว่านักเรียนรู้อะไรอยู่แล้วในหัวข้อนี้ ในขณะเดียวกันค้นหาว่านักเรียนต้องการอยากรู้อะไร เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนสนใจและมีความกระตือรือร้นกับหัวข้อนั้น ระดมสมอง (Brainstorm): การแลกเปลี่ยนในกลุ่มและวิพากท์เพื่อให้ได้ความคิดที่หลากหลาย คำถามเชิงชี้แนะ (Guiding Questions): คำถามที่เกียวกับหัวข้อที่เรียนรู้ ที่ชี้แนะหรือสนับสนุนให้เกิดการคิด ค้นหา และการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ สื่อเสนอให้เห็นโครงสร้าง (Graphic Organiser): สื่อหรือกราฟหรือภาพประกอบที่ช่วยให้นักเรียนเห็นการจัดการเชิงรูปธรรม เช่น กราฟตัววาย Y กราฟตัวที T กราฟก้างปลา แผนที่โครงสร้าง ผังการจัดการ สิ่งเหล่าหาได้ไม่ยากในอินเตอร์เน็ท โครงร่างระบบการเรียนรู้แบบรูบิค  (Rubrics): ครูหรือนักเรียนสร้างโครงร่างการเรียนรู้จากหัวข้อที่กำลังเรียนอยู่เพื่อช่วยประเมินตัวเองในกระบวนการเรียนรู้ การประเมินอย่างไม่เป็นทางการ (Formative Assessment): การประเมินผลของครูและนักเรียนในการประมเนตนเอง ที่สามารถทำได้โดยผ่านการแสดงออกเช่น การเล่นละคร การนำเสนอหน้าห้อง การผลิตงานเขียน หรืการใช้สื่อเทคโนโลยี รวมทั้งผ่านงานศิลปะต่างๆ การประเมินแบบสรุปความ (Summative Assessment): การทดสอบโดยยึดระบบและตามกรอบของโรงเรียน ประเด็นสำคัญที่สุด (Culmination): ส่วนสุดท้ายของหัวข้อที่นักเรียนจะแสดงออกถึงความเข้าใจของตัวเองโดยผ่านวิธีการต่างๆ เช่น การเล่นละคร การนำเสนอหน้าห้อง การผลิตงานเขียน หรืการใช้สื่อเทคโนโลยี รวมทั้งผ่านงานศิลปะต่างๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *