Student Centered Learning – Thailand

A Centre for Education Reform in Thailand

แผนการสอน

การวางแผนการสอนในแต่ละบท

(ลำดับขั้นการเรียนรู้) การวางแผนการสอนในแต่ละบท (ลำดับขั้นการเรียนรู้)

หัวข้อ

รู้สึกใช่ รู้สึกดี ร่างการมนุษย์

คุณค่าที่มีส่วนร่วมในหัวข้อนี้

นักเรียนเอง ครอบครัวและผู้อื่น สามารถรักษาสุขภาพที่ดี โภชนาการดีและวิถีการใช้ชีวิตที่ถูกสุขลักษณะ

หลักการ

ความมีเอกลักษณ์และวัฒนธรรม และเตรียมพร้อมสำหรับชีวิต (ผ่านการเปลี่ยนแปลง) ที่เกี่ยวข้องได้

ความสามารถสำคัญ

สามารถคิดและสร้างสรรค์ สัมพันธ์กับคนอื่น สามารถใช้ชีวิตในวิถีที่ถูกสุขลักษณะและมีความหมาย เรียนรู้การปฏิบัติอย่างบูรณาการ ผ่านสื่อและเทคโนโลยีต่างๆ

เป้าหมายของการเรียนรู้

  • ช่วยนักเรียนในการพัฒนาความเข้าใจว่าพฤติกรรม และทัศนคติและทางเลือกต่างๆ มีผลต่อลักษณเอกภาพและความสัมพันธ์ต่างๆ
  • นักเรียนจะสามารถนำความเข้าใจที่เรียนมาในการคัดเลือกและชี้แจงสิ่งที่ดีสำหรับสุขภาพตัวเองได้
  • นักเรียนจะสามารถพิจารณาได้ว่าการคัดเลือกเหล่านั้นมีผลกระทบอะไรกับตัวเองและผู้อื่น
  • อะไรคือปัจจัยที่มีผลกระทบต่อสุขภาพทางกายภาพและความกินดีอยู่ดี
  • มีวิธีอะไรบ้างที่เราจะสามารถเลือกและบอกถึงทางเลือกที่ดีที่จะทำให้ตนเองมีความกินดีอยู่ดี
  • การคัดเลือกต่างๆ เหล่านี้มีผลต่อผู้อื่นอย่างไร

เป้าหมายครอบคลุม

นักเรียนจะสามารถเข้าใจประเด็นต่างๆ ได้ดังนี้

  • สิ่งสำคัญเด่นๆ เก่ยวกับร่างการของตัวเองทางกายภาพ และส่วนต่างทำงานอย่างไร การเติบโต พัฒนาการ และวิธีในการดูแลรักษา
  • วิธีการเลือกตัวเลือกข้อมูลเกี่ยวกับโภชนาการที่เราต้องการเพื่อให้ร่างการสมบูรณ์แข็งแรง
  • รู้ว่าทางเลือกของเรามีผลต่อความกินดีอยู่ดี

ประสบการณ์การเรียนรู้ที่นามาสู่ความเข้าใจ

  • สร้างบรรยากาศการการเรียนรู้ที่ดี
  • เชื่องโยงกับการเรียนรู้เดิม
  • ทำให้การเรียนรู้มีความหมาย ด้วยการ อ้างอิงถึงอะไรที่นักเรียนรู้แล้ว อะไรที่นักเรียนต้องการรู้ อย่างไร จัดโครงร่างระบบการเรียนรู้ของครูและนักเรียนร่วมกัน
  • ตระหนักถึงความแตกต่างของแต่ละคน

การแสดงออกว่านักเรียนประสบความสำเร็จในการเรียนรู้

ประเมินผลการเรียนรู้จากมิติต่างๆ วิธีที่หลากหลาย ใช้การให้ความเห็น เสนอแนะ สะท้อนภาพของการเรียนรู้ แสดงออกโดยการอธิบายผ่านการเขียน วาดภาพองค์รวม วาดระบบ อธิบายหน้าห้องโดยใช้รูปภาพ หรือการนำเสนอให้เพื่อร่วมชั้น

 

ปรับเข้าสู่บรรยากาศ

ระดมสมองกันในชั้นเรียนเกี่ยวหัวข้อดังต่อไปนี้ นักเรียนรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการกินดีอยู่ดีและสุขภาพที่ดี

  • จัดกิจกรรมในรูปแบบกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน เพื่อประเมินความรู้พื้นฐานของนักเรียนเกี่ยวกับการกินดีอยู่ดีและสุขภาพดีของตัวเอง
  • ให้นักเรียนทั้งสามคน ต่างคนต่างเขียนด้วยดินสอคนละสี บนกระดาษแผ่นใหญ่ เกี่ยวกับความเข้าใจของตัวเองในเรื่องการกินดีอยู่ดี
  • นักเรียนแลกเปลี่ยนคำตอบของตัวเองกับเพื่อในกลุ่ม ให้เพื่อที่ฟังเลือกว่าอะไรคือใจความสำคัญของข้อมูลที่เพื่อนนำเสนอ
  • ให้นักเรียนนำเสนอในชั้นเรียนว่าอะไรคือใจความสำคัญ 3 อย่างที่ได้จากกลุ่มของตน
  • ให้นักเรียนทั้งห้องช่วยกันจัดหมวดหมู่ว่าอะไรอยู่ในหมวดของอาหารและเครื่องดื่ม ยารักษาโรค สุขอนามัย ความสะอาด เชื้อโรค และความรู้สึก
  • อ่านเรื่องของ ดร. ด๊อก ในช่วงเวลาปรับเข้าสู่หัวข้อนี้ให้ทั้งห้องฟัง  (ผู้เขียน Babette Cole. 1996)
  • ระดมสมองทั้งห้องเรียนว่าอะไรคือใจความสำคัญที่นักเรียนคิดว่าผู้เขียนพยายามบอก เกี่ยวกับความกินดีอยู่ดี

การประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

  • จดบันทึกความเห็นของนักเรียนเป็นข้อความช่วยจด
  • เก็บบันทึกว่านักเรียนมีชุดความเข้าใจอะไรบ้างในขณะนั้นไว้เพื่อเปรียบเทียบกับชุดความเข้าใจของนักเรียนเมื่อเรียนจบบท

ให้ความสนใจกับความสามารถของนักเรียนในประเด็น

  • นักเรียนสามารถบอกหรืออธิบายข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับประเด็นด้านสุขภาพ
  • นักเรียนสามารถได้ในรูปแบบการเขียน

บอกนักเรียนให้พยายามไม่คัดลอกเรื่องจาก ดร. ด๊อก

ค้นหาและคัดแยก

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าร่างกายเราทำงานอย่างไร คำถามเชิงชี้แนะ เช่น

  • อะไรบ้างที่เรารู้แล้ว
  • อะไรที่เรายังไม่รู้ และต้องหาคำตอบ
  • เกิดอะไรขึ้นเมื่อ …..
  • อวัยวะชิ้นนี้มีหน้าที่ ….
  • ทำไม
  • เราจะหาคำตอบได้อย่างไร

อะไรอยู่ในร่างกายของเรา ครูเป็นผู้นำกิจกรรม ชักนำเข้าสู่บทสนทนาในหัวข้อเรื่องการดูแลสุขภาพและการดูแลตัวเอง มีอะไรในร่างการเราบ้าง และ อวัยวะต่างๆ ทำงานอย่างไร

  • ให้นักเรียนทำงานเป็นกลุ่ม ให้นักเรียนวาดรูปร่ากงกายของเราขนาดจริงในกลุ่ม
  • ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวาดรูป ใช้สี หรือใช้วัสดุต่างๆ วาดเป็นรูปภายในของร่างกายเราในส่วนต่างๆ
  • ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มระบุชื่ออวัยวะต่างๆ ในรายละเอียด ลงบนรูปหรือชิ้นงานที่นักเรียนได้ทำไว้
  • ให้นักเรียนทั้งห้องทำงานวิจัยเกี่ยวกับระบบต่างๆ ของร่างกายเรา

ครูเป็นผู้นำกิจกรรม อธิบายถึงความซับซ้อนของธรรมชาติว่าแต่ละส่วนของร่างกายเราทำงานร่วมกันอย่างไร บอกนักเรียนให้ทราบว่าเพื่อเป็นการเข้าใจถึงความซับซ้อนนี้ เราต้องเข้าใจถึง “ระบบ” ของร่างกายก่อน   ยกตัวอย่างระบบต่างๆ ในร่างกาย

  • เส้นทางอาหารในร่างกายเรา เกี่ยวเนื่องถึงระบบย่อยอาหาร
  • ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหายใจและระบบการหายใจ
  • ต่อยอดการอธิบายด้วยการให้รายชื่อระบบหลักต่างๆ ของร่างกายเรา โดยให้รายละเอียดของแต่ละระบบอย่างคร่าวๆ
  • บอกให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อมูลที่นักเรียนรู้แล้ว และให้เขียนคำถามในส่วนที่ยังไม่รู้ที่เกี่ยวกับระบบของร่างกาย
  • แนะนำให้นักเรียนใช้อินเตอร์เนท หนังสือต่างๆ และสอบถามผู้เชี่ยวชาญ
  • นักเรียนที่เก่งหรือชำนาญกว่าคนอื่นๆ อาจสามารถหาข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ เพิ่มเติมได้
  • ให้นักเรียนเขียนโครงร่างระบบการเรียนรู้ เพื่อช่วยประเมินผลการเรียนรู้ของแต่ละกลุ่มและของตัวเอง โดยอ้างอิงถึงเกณฑ์การประเมินที่ได้แจ้งไปแล้ว (ดูเพิ่มเติมจากเอกสารแบบประเมินตนเองโดยใช้โครงร่างระบบการเรียนรู้แบบรูบิคสำหรับนักเรียน)

การประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

·         โชร์รูปวาดร่างกายของนักเรียนที่ทำไว้ และใช้รูปนี้เป็นสื่ออ้างอิงเมื่อประเมินผลการเรียนรู้

·         กระตุ้นให้นักเรียนพูดอธิบายหน้าห้อง ใช้เทคโนโลยี ใช้สื่อเทคนิค ใช้กราฟ หรือแผนที่ร่างกายของเรา หรือ ภาพปะติด

·         ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลของกลุ่มในส่วนระบบของร่างกายที่ได้รับมอบหมายหน้าห้อง โดยให้ใช้โปรแกรมพาวเวอร์พ้อนท์หรือใช้สติ้กเกอร์อธิบายและชี้จุดบนรูปร่างกายเข้าเท่าจริง

·         อธิบายให้แต่ละกลุ่มทราบถึงวัตถุประสงค์และหลักเกณฑ์ในการประเมินผลในการนำเสนอ โดยใช้หลักเกณฑ์ที่เหมาะสมเช่น ใช้คำพูดที่ชัดเจน พูดจาฉะฉาน หันหน้าหาผู้ฟัง เปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนได้พูดและมีบทบาทเท่าๆกัน ใช้เวลาตามกำหนด การนำเสนอน่าสนใจ อ้างอิงถึงรูปภาพประกอบ ใช้กราฟหรือรูปภาพเพื่อช่วยความเข้าใจ อธิบายการทำงานของระบบในร่างกายอย่างชัดเจน

·         ประเมินการนำเสนอของนักเรียนตามหัวข้อที่นักเรียนได้รับ รวมทั้งควรประเมินการที่นักเรียนใช้สื่อต่างๆ เช่นรูปภาพและกราฟด้วย

·         ประเมินว่านักเรียนอธิบายการทำงานของระบบของร่างกายชัดเจนและมีประสิทธิภาพเพียงใด

·         ใช้ระดับคะแนน 1-4 ในแต่ละเกณฑ์ เมื่อแต่ละกลุ่มจบการนำเสนอ ให้นักเรียนทั้งห้องประเมินตัวเองด้วยโครงร่างระบบการเรียนแบบรูบิค

อะไรคือปัจจัยที่จะสร้างความอยู่ดีกินดี

อาหาร เราต้องการอาหารบางประเภทมากกว่าอาหารบางประเภทหรือไม่   ครูเป็นผู้นำกิจกรรม ถามนักเรียน

  • มีอาหารประเภทใดไหมที่เราควรรับประทานมากกว่าอาหารประเภทอื่นๆ
  • อาหารเหล่านั้นมีอะไรบ้าง
  • อ้างถึงอาหารบางประเภทที่มีคุณประโยชน์เหมาะสมและดีสำหรับร่างกายเรา
  • ระดมสมองเกี่ยวกับอาหารประเภทต่างๆ ให้นักเรียนช่วยกันระดมสมองทั้งห้อง แบ่งอาหารเป็นประเภทต่างๆ
  • ใช้ภาพพีรามิด ให้นักเรียนจัดลำดับว่าอาหารประเภทใด ควรอยู่ในระดับใดของพีรามิด เพื่อโภชนาการที่ดี เช่น อาหารประเภทใดควรบริโภคมาก อาหารประเภทใดควรบริโภคน้อย
  • ยืนยันว่าการจัดลำดับปริมาณอาหารที่ควรบริดภคที่ทั้งห้องช่วยกันจดมานั้นถูกต้องมากน้อยเพียงไร เพราะเหตุใด
  • ใช้คอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรม เวริ์ด ให้นักเรียนอออกแบบพีรามิดในคอมพิวเตอร์และใช้อาหารประเภทต่างๆ ลงในพีรามิดนั้น

การประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

ประเมินว่านักเรียนมีความสามารถต่อไปนี้

  • สามารถจัดประเภทอาหารในพีรามิดอาหารได้ว่า อหารประเภทใดควรบริโภคน้อย บริโภคมาก หรือบริโภคแต่พอควร
  • อธิบายได้ว่าทำไมจึงเลือกอาหารประเภทนั้นไว้ในระดับใดในพีรามิด
  • นำเสนอการเรียนรู้ที่ได้มาโดยสามารถนำมาผลิตเป็นสื่อผ่านคอมพิวเตอร์ได้

เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามีสารอาหารอะไรอยู่ในอาหารแต่ละประเภท ครูเป็นผู้นำกิจกรรม โดยการตั้งคำถามและอภิปราย ตัวอย่างคำถามเช่น

  • เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอาหารแต่ละอย่างมีวัตถุดิบหรือมีส่วนประกอบอะไรบ้าง
  • มีข้อมูลอะไรแจ้งให้ผู้บริโภครู้บนซอง กล่องหรือบรรจุภัฑณ์บ้าง
  • อะไรที่เป็นโฆษณาชวนเชื่อที่ผู้ผลิตพยายามบอกผู้บริโภคบนบรรจุภัณฑ์เพื่อเพิ่มยอดขาย

สำรวจอาหารของเรา

  • ให้นักเรียนทำงานเป็นกลุ่ม ให้นักเรียนเปรียบเทียบอาหารแต่ละจาน ว่าให้น้ำตาล ใยอาหาร ไขมัน พลังงานและเกลือ ต่างกันอย่างไร
  • ให้แต่ละกลุ่มจดบันทึกรายการอาหารเช้า 4 จานที่แตกต่างกัน
  • ให้แต่ละกลุ่มทำกราฟบ่งบอกถึงข้อมูลโภชนาการที่ค้นคว้ามาได้
  • ให้นักเรียนระบุว่าอาหารจานใดมีคุณค่าทางโภชนาการที่สุด

อย่าลืมให้นักเรียนอธิบายว่าทำไมจึงเลือกอาหารจานดังกล่าวว่ามีคุณค่าทางโภชนาการที่สุดเมื่อนักเรียนนำเสนอในรูปแบบกราฟหน้าห้อง

การประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

ประเมินว่านักเรียนมีความสามารถต่อไปนี้

  • วิเคราะห์ข้อมูลทางโภชนาการ
  • ประมวลข้อมูลในรูปแบบกราฟ
  • อ่านวิเคราะห์กราฟนั้นๆ
  • สรุปเนื้อหาได้
  • สามารถเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดได้
  • อธิบายได้ว่าทำไมจึงเลือกอาหารนั้น

อธิบายรายละเอียดองค์ประกอบของการบริโภคที่สมดุล

  • ให้นักเรียนเขียนรายการอาหารที่นักเรียนได้รับประทานในสองวันที่ผ่านมา
  • ให้นักเรียนจับคู่ทำงานร่วมกัน เพื่อวิเคราะห์การบริโภคของเพื่อน และอธิบายว่าเป็นการบริโภคที่สมดุลหรือไม่อย่างไร

ครูจดบันทึกถามนักเรียน โดยให้นักเรียนย้อนกลับไปทบทวนพีรามิดอาหารและข้อมูลเรื่องอาหารประเภทใดควรบริโภคมากน้อยเท่าไรในแต่ละวัน และกระตุ้นให้เกิดการอภิปรายในห้องเรียน   นำเสนอคำถามชวนคิด

  • เราสามารถเปลี่ยนลักษณะการบริโภคของเราได้อย่างไร
  • เราสามารถนำความเข้าใจที่เราได้เรียนรู้ไปใช้ในการปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดความสมดุลในการบริโภคได้อย่างไร

การประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

ประเมินว่านักเรียนมีความสามารถต่อไปนี้

  • ประเมินและวิเคราะห์การบริโภคอาหารของตัวเองได้
  • สามารถเลือกทางเลือกที่เหมาะสมที่จะนำซี่งการเปลี่ยนแปลงได้
  • จัดการวางแผนเพื่อปรับการบริโภคของตัวเอง
  • นำองค์ประกอบต่างๆเกี่ยวกับสุขภาพ การบริโภคอย่างสมดุลมาใช้ในการเลือกอาหารเช้าได้

จัดเมนูอาหารเช้าและอาหารกลางวันที่มีประโยชน์สำหรับชั้นเรียนของเรา

  • ให้นักเรียนทำงานเป็นกลุ่ม โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคที่สมดุลคิดเมนูอาหารเช้า
  • ให้นักเรียนประเมินราคาอาหาร การจัดการเตรียมอาหารมาโรงเรียน ถามความชื่นชอบของเพื่อในกลุ่ม ประโยชน์ที่ได้รับจากอาหารนั้น
  • ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอแผนการอาหารเช้านั้นกับเพื่อนในห้อง
  • ด้วยความช่วยเหลือของผู้ปกครองและพ่อแม่ ให้นักเรียนช่วยเตรียมอาหารเช้าหรือกลางวันที่มีประโยชน์

ประเด็นสำคัญที่สุด

  • ให้นักเรียนจัดการข้อมูลที่ตัวเองได้เรียนรู้ในหัวข้อนี้ และเลือกวิธีนำเสนอสิ่งที่ได้เรียน เช่น นักเรียนอาจเลือกนำเสนอโดยใช้กราฟ สื่อต่างๆ นำเสนอโดยเรียงลำดับเหตุการณ์ ฯลฯ
  • ทำเกมส์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสิ่งที่เรียนมาขึ้นกระดาน ให้นักเรียนได้เล่นกับเพื่อนร่วมห้องเพื่อแสดงว่านักเรียนได้รับความรู้และเข้าใจ
  • ให้งานอ่านเสริมที่เกี่ยวข้อง (เช่นให้นักเรียนทั้งห้องอ่านหนังสือพิมพ์)
  • ให้นักเรียนทำหนังสือทำมือจากความรู้ที่เรียนมา เพื่อให้นักเรียนรุ่นน้องหรือให้ห้องสมุดโรงเรียน
  • ให้นักเรียนแลกเปลี่ยนสิ่งที่เรียนมากับผู้ปกครอง พ่อแม่ เมื่อกลับบ้าน

อภิธานศัพท์ เป้าหมายครอบคลุม (Overarching Goals): เป้าหมายที่ครอบคลุมหัวข้อทั้งหมด ปรับเข้าสู่บรรยากาศ  (Tuning In): ค้นหาว่านักเรียนรู้อะไรอยู่แล้วในหัวข้อนี้ ในขณะเดียวกันค้นหาว่านักเรียนต้องการอยากรู้อะไร เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนสนใจและมีความกระตือรือร้นกับหัวข้อนั้น ระดมสมอง (Brainstorm): การแลกเปลี่ยนในกลุ่มและวิพากท์เพื่อให้ได้ความคิดที่หลากหลาย คำถามเชิงชี้แนะ (Guiding Questions): คำถามที่เกียวกับหัวข้อที่เรียนรู้ ที่ชี้แนะหรือสนับสนุนให้เกิดการคิด ค้นหา และการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ สื่อเสนอให้เห็นโครงสร้าง (Graphic Organiser): สื่อหรือกราฟหรือภาพประกอบที่ช่วยให้นักเรียนเห็นการจัดการเชิงรูปธรรม เช่น กราฟตัววาย Y กราฟตัวที T กราฟก้างปลา แผนที่โครงสร้าง ผังการจัดการ สิ่งเหล่าหาได้ไม่ยากในอินเตอร์เน็ท โครงร่างระบบการเรียนรู้แบบรูบิค  (Rubrics): ครูหรือนักเรียนสร้างโครงร่างการเรียนรู้จากหัวข้อที่กำลังเรียนอยู่เพื่อช่วยประเมินตัวเองในกระบวนการเรียนรู้ การประเมินอย่างไม่เป็นทางการ (Formative Assessment): การประเมินผลของครูและนักเรียนในการประมเนตนเอง ที่สามารถทำได้โดยผ่านการแสดงออกเช่น การเล่นละคร การนำเสนอหน้าห้อง การผลิตงานเขียน หรืการใช้สื่อเทคโนโลยี รวมทั้งผ่านงานศิลปะต่างๆ การประเมินแบบสรุปความ (Summative Assessment): การทดสอบโดยยึดระบบและตามกรอบของโรงเรียน ประเด็นสำคัญที่สุด (Culmination): ส่วนสุดท้ายของหัวข้อที่นักเรียนจะแสดงออกถึงความเข้าใจของตัวเองโดยผ่านวิธีการต่างๆ เช่น การเล่นละคร การนำเสนอหน้าห้อง การผลิตงานเขียน หรืการใช้สื่อเทคโนโลยี รวมทั้งผ่านงานศิลปะต่างๆ

Choose Language | เปลี่ยนภาษา:

SUBSCRIBE TO SCL THAILAND AND RECEIVE OUR BLOG POSTS AUTOMATICALLY! | สมัครรับข่าวสารจาก SCLThailand

Enter your email address:

Delivered by FeedBurner