เราได้ลงบทความที่อธิบายถึงโครงการการศึกษาทางไกลระหว่างโรงเรียนสงวนหญิงในจังหวัดสุพรรณบุรีของประเทศไทยและโรงเรียนโลดี้ในเมืองโลดี้ รัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกาไปก่อนหน้านี้

สิ่งที่ยอดเยี่ยมสิ่งหนึ่งของโครงการนี้ก็คือการสอนทางไกลของครูและรวมถึงการติดต่อสื่อสารกันระหว่างนักเรียนของโรงเรียนทั้งสองแห่ง มันเป็นวิธีที่ทำให้การเรียนประวัติศาสตร์อเมริกามีชีวิตชีวามากขึ้นเมื่อได้รับการถ่ายทอดออกจากปากครูชาวอเมริกัน เช่นเดียวกับการเรียนการสอนโดยครูคนไทยจากโรงเรียนสงวนหญิงทำให้นักเรียนอเมริกันเข้าใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ลึกซึ้งขึ้น

โครงการเรียนทางไกลนี้เกิดขึ้นจากโครงการแลกเปลี่ยนครูและนักเรียนระหว่างโรงเรียนโลดี้และโรงเรียนสงวนหญิง

บทความของฮอลี่ จีน แฮกริดด้านล่างคือประจักษ์พยานในอนาคตของการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถได้มาจากโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนที่มีประสิทธิภาพ

บทความของฮอลี่อธิบายวิธีที่โครงการแลกเปลี่ยนนี้เปิดมุมมองของเธอสู่โลกที่กว้างขึ้น

ขอขอบคุณสำหรับความเอื้อเฟื้อที่ให้เรานำข้อความของเธอมาลงในที่นี้

เกรก แคนดัฟฟ์

รักษาการณ์บรรณาธิการ

________________________________________

จดหมายจากเมืองไทย

ฮอลี่ จีน แฮกริด

ครั้งแรกที่ฉันมาไทย ฉันไม่เคยนึกเลยว่าฉันจะได้กลับมาอีกครั้งในอีก 14 เดือนให้หลัง ฉันมาที่นี่ครั้งแรกในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยนจากเมืองเล็กๆในวิสคอนซิน และนั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันออกนอกสหรัฐอเมริกา ตอนนั้นฉันอายุ 18 ปี เป็นนักเรียนมัธยมปลาย และนี่คือการใช้ชีวิตห่างจากบ้านและครอบครัวครั้งที่นานที่สุดของฉัน

โครงการแลกเปลี่ยน

การท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่ฉันสนในมาตั้งแต่เด็ก แต่ฉันอยู่ในครอบครัวใหญ่ที่ไม่มีโอกาสทำอย่างนั้นได้มากนัก เมื่อที่โรงเรียนโลดี้ที่ฉันเรียนยื่นโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิต 3 สัปดาห์ในเมืองไทย ประเทศที่ห่างไกลไปอีกซีกโลก ฉันไม่ลังเลเลยที่จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในครั้งนี้ ฉันเริ่ม

เก็บเงินจากงานพิเศษในช่วงหน้าร้อนจนมีทุนพอสำหรับการเดินทาง ร่วมกับเพื่อนนักเรียน 9 คนและครูอีก 3 ท่าน

ฉันจำได้ชัดเจนถึงครั้งแรกที่ก้าวออกจากสนามบินที่เมืองไทย จำได้ถึงความร้อนชื้นของอากาศตอนตี 3 และตื่นเต้นมากที่จะมีโอกาสได้สัมผัสกับวัฒนธรรมที่แตกต่าง ที่ฉันไม่รู้ก็คือ การเดินทางครั้งนี้เป็นตัวสำคัญที่จะเปลี่ยนวิชาเรียนในปีที่เหลือของฉันไปทั้งหมด มันให้ความกล้าและโอกาสแก่ฉันที่จะได้รับประสบการณ์ชีวิตหลังเรียนจบในแบบที่ฉันไม่เคยนึกถึงมาก่อน

3 สัปดาห์ในเมืองไทยผ่านไปอย่างรวดเร็วจนราวกับความฝันเมื่อมองย้อนกลับไป โครงการแลกเปลี่ยนมีขึ้นที่โรงเรียนสงวนหญิงในจังหวัดสุพรรณบุรี ฉันอาศัยอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์และน้องสาว 2 คนที่เราสนิทกันได้อย่างรวดเร็ว พ่อแม่อุปถัมภ์ของฉันไม่รู้ภาษาอังกฤษมากนักนอกจากคำง่ายๆไม่กี่คำ แต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของพวกเขาในทุกๆวันทำให้ฉันมีความสุขและรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่ต้อนรับจากประเทศนี้ ฉันรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนที่ซึ่งฉันไปทุกวันและได้เห็นและเรียนรู้เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับประเทศไทย ฉันจึงรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยด้วยเช่นกัน

การตัดสินใจของฉัน

บนรถไฟที่มุ่งหน้าไปกาญจนบุรี ฉันกับเพื่อนสนิท 2 คนเห็นพ้องกันว่า 3สัปดาห์ที่แสนมหัศจรรย์ในประเทศนี้นั้นเป็นเพียงแค่การเริ่มต้น ในช่วงระยะเวลาสั้นๆพวกเราได้รู้จักกับวัฒนธรรมที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับของเราเองและได้สร้างเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นมากมาย เราเฝ้าสงสัยว่าเราจะเรียนรู้ได้มากแค่ไหนถ้าเราเดินทางมากกว่านี้หลังจากที่เราได้เรียนรู้มามากเกี่ยวกับการท่องเที่ยว, วัฒนธรรม และตัวของเราเองในเวลาเพียงแค่ 3 สัปดาห์ในประเทศไทย และนั้นคือจุดที่ฉันตัดสินใจว่าฉันจะออกเดินทางอีกครั้งในเร็วๆนี้ และบางทีอาจจะกลับมาที่นี่อีก

ปัจจุบัน

15 เดือนต่อมา ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะของตัวเอง ในโรงเรียนเดิมที่ฉันเคยมาที่ประเทศไทย แต่แทนที่จะเป็นในฐานะนักเรียน ฉันได้รับการให้โอกาสที่จะมาเป็นคนที่ยืนอยู่ในอีกด้านหนึ่งและทำงานเป็นผู้ช่วยอาจารย์/อาจารย์ฝึกสอน ในวิชาภาษาอังกฤษ ฉันจะอยู่ทีนี่ 8 สัปดาห์และฉันมั่นใจว่านี่จะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่ฉันเคยได้รับมาในชีวิต

ในสหรัฐอเมริกา การหยุดไปหนึ่งปีก่อนจะเข้าเรียนระดับอุดมศึกษาไม่ได้เป็นที่ยอมรับกันในวงกว้าง เมื่อฉันบอกกับเพื่อนและที่บ้านว่าฉันจะเดินทางท่องเที่ยวเป็นเวลา 8เดือนก่อนจะเข้าวิทยาลัย ปฏิกิริยาที่ได้รับคือความกังวลและกลัว ตอนนี้ หลายเดือนต่อมา พวกเขาต่างยินดีกับฉันสำหรับประสบการณ์ที่ฉันมีโอกาสได้สัมผัส พ่อและแม่ของฉันผู้ซึ่งไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศมาก่อนได้มาเยี่ยมฉันตอนที่ฉันยังเดินทางอยู่ การที่พ่อมาหาฉันถึงประเทศไทยที่จังหวัดสุพรรณบุรี ฉันรู้สึกว่าโอกาสที่ฉันได้นี้ไม่เพียงมีประโยชน์ต่อตัวเอง แต่รวมไปถึงคนรอบข้างฉันด้วยเช่นกัน

ฉันเริ่มต้นการเดินทางด้วยความมั่นใจที่เคยได้รับจากประสบการณ์แลกเปลี่ยนในประเทศไทยที่มาก่อนหน้านี้ เริ่มต้นในเดือนตุลาคมฉันอาศัยอยู่ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศสอยู่ระยะหนึ่งและยังไปโมรอคโค ลอนดอน และเยอรมัน ต่อมา ฉันมุ่งหน้ากลับมายังดินแดนแห่งรอยยิ้มเพื่อพบกับเพื่อนหลายคนและคนที่น่าทึ่งมากมายที่ฉัยเคยมีโอกาสเรียกพวกพวกว่าเพื่อน และมันยังเป็นครั้งแรกที่ฉันจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเอง เป็นก้าวที่ใหญ่มากสำหรับเด็กอายุ 19 คนหนึ่ง

ไม่เพียงเริ่มต้นใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว แต่เริ่มต้นทำงาน ซึ่งเป็นงานที่ฉันรักด้วย ฉันใฝ่ฝันอยากจะเป็นครูมาโดยตลอก และประสบการณ์ของการเป็นครูฝึกสอนที่นี่ทำให้ฉันตระหนักว่ามันเป็นสิ่งที่ฉันสามารถทำได้ดีและฉันสามารถนึกภาพตัวเองทำมันไปจนตลอดชีวิตได้ ฉันทำงานกับครูตุ๊ก ครูคนไทยที่ฉันสามารถเรียกว่าเพื่อนและได้เรียนรู้มากมายจากเธอ ฉันสอนนักเรียนชั้นม.1ถึงม.3 ฉันช่วยเด็กๆให้พัฒนาทักษะการสอนเสียงและความเข้าใจในภาษาอังกฤษ รวมถึงหลักไวยากรณ์ในแบบฝึกหัดและการนำเสนอต่างๆเช่นกัน มันรู้สึกดีมากที่ได้รู้ว่าฉันสามารถช่วยเหลือเด็กๆในการเรียนได้ และฉันรู้สึกจริงๆว่าพวกเขาตื้นตันกับความช่วยเหลือของฉันเสมอ ความสัมพันธ์ที่ฉันมีต่อนักเรียนเป็นสิ่งหนึ่งที่ฉันให้ความสำคัญกับมันสูงมาก ฉันรักพวกนักเรียนมากและฉันรักการสอนที่ฉันทำอยู่

โอกาสในครั้งนี้

การที่ฉันมีโอกาสสอนที่นี่ทำให้ฉันมีโอกาสได้เห็นประเทศไทยมากขึ้น เกือบทุกอาทิตย์ฉันจะเดินทางไปโน่นมานี่เพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นการไปดูวัดโพธิ์ในกรุงเทพมหานครหรือไปเที่ยวเกาะเสม็ดกับเพื่อน ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ที่ฉันจะไม่มีวันลืม การกินอาหารไทยตอนเย็นกับเพื่อนหรือการเรียนเพลงไทยและภาษาไทยเป็นประสบการณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ เพื่อนและครูทุกคนที่ฉันได้พบ ทั้งคนไทย,คนอเมริกัน, คนจีนและคนแทสมาเนียน ช่วยให้ฉันรู้สึกมีความสุขและฉันรู้ว่าสายสัมพันธ์ที่เราสร้างขึ้นนั้นจะไม่มีวันจางหาย

ฉันรู้สึกขอบคุณที่แชตและโครงการภาษาอังกฤษที่โรงเรียนสงวนหญิงเสนอให้ฉันมีโอกาสได้กลับมายังประเทศไทย ฉันไม่อาจจะอธิบายความสำคัญของการเชื่อมโยงระหว่างโรงเรียนของฉันที่โลดี้และโรงเรียนสงวนหญิง ฉันมั่นใจว่าฉันจะกลายเป็นคนละคนและดำเนินชีวิตแตกต่างจากนี้อย่างสิ้นเชิงถ้าไม่ฉันไม่ได้มาที่นี่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553

สุดท้ายนี้

เป็นเวลาเกือบ 2 เดือนหลังจากการมาเมืองไทยครั้งที่ 2 ของฉันและตอนนี้เวลาของฉันก็เกือบหมดแล้ว ไม่อยากเชื่อว่าฉันกำลังจะบอกลาที่ที่ฉันเคยได้รับโอกาสในการเรียนรู้และได้รับสิ่งต่างๆกลับไปมากมาย ฉันเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยตัวเอง ได้พบผู้คนที่น่าทึ่งจากทั่วโลก สร้างความสัมพันธ์กับนักเรียน เริ่มต้นเรียนรู้วิธีการสอน ฉันได้เรียนรู้เรื่องต่างๆเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย ได้รู้จักตัวเองมากขึ้นและมีความมั่นใจมากขึ้น ฉํนรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอุปถัมภ์ที่เมืองไทยและฉันรู้ว่าที่นี่จะยินดีต้อนรับฉันทุกเมื่อ เท่าที่ฉันเคยทราบ คนส่วนใหม่จะไม่อยู่ห่างประเทศไทยเป็นเวลานานๆ และฉันรู้ว่าฉันจะกลับมาที่นี่อีกครั้งในไม่นาน